หลักการวิเคราะห์หุ้นด้วย Stock Quadrant

โมเดล Stockquadrant ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นด้วยตัวเองจากประสบการณ์ 15 ปีในตลาดหุ้นของกระทรวง จารุศิระ จนกระทั่งนำมาพัฒนาเป็นโปรแกรมการวิเคราะห์หุ้นโดยใช้ปัจจัยทั้งสี่มิติ

จุดเด่นของโมเดลนี้คือ เป็นการนำหลักการทั้ง ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ปัจจัยทางเทคนิค (Technical) มาผสมผสานกัน เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการซื้อขาย (Strategy) การกำหนดแผนการวางเงิน (Money Management)   

คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าผมเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นสร้างกระแสเงินสดรายวัน แต่ที่จริงแล้วผมปั้นพอร์ตให้โตขึ้นมาได้หลายร้อยเปอร์เซนต์เพราะวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากหุ้นที่มีพื้นฐานดี เราจะสามารถรันเทรนด์และถือหุ้นได้จนสุดทาง ต้องยอมรับว่าการเล่นเดย์เทรดไปวันๆอาจทำให้มีกระแสเงินสดใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่ไม่ทำให้เรารวยได้ ขณะเดียวกันคนที่เน้นเรื่องพื้นฐาน ยังจำเป็นต้องวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคคัลด้วยเช่นกัน เพราะหุ้นดีๆหลายตัว ราคาก็ไม่ไปไหนได้เช่นกัน ถ้านำเทคนิคมาจับ เราจะไม่ได้เสียเวลารอหุ้นขึ้นนาน

โมเดล Stock Quadrant  ยังสามารถนำมาใช้กับการเล่นเดย์เทรดได้ด้วยเช่นกัน เพราะจะช่วยกำหนดกลยุทธ์การเทรดของเราให้เหมาะสมกับหุ้นแต่ละประเภท กล้าพูดได้ว่าที่ผมสามารถประสบความสำเร็จในการเทรดทุกวันนี้ก็เพราะ Stock Quadrant นี่เอง

ต้องบอกว่า หุ้นทุกตัวในตลาด มีวิธีการเทรดที่ไม่เหมือนกัน หุ้นที่พื้นฐานดีหรือหุ้นพื้นฐานแย่และหุ้นที่กราฟสวยกับหุ้นที่กราฟแย่ ต้องมีกลยุทธ์การเทรดที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น หุ้นพื้นฐานดีมากๆอย่างเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เราอาจไม่จำเป็นต้อง Stop Loss เลยก็ว่าได้ เพราะทุกครั้งที่หุ้นปรับฐานลง จะมีแรงซื้อกลับทุกครั้ง และกำไรสุทธิของกิจการยังมีการเติบโตต่อเนื่อง หุ้นแบบนี้ ถ้าใช้โมเดลของ Stock Quadrant จะสามารถซื้อหุ้นไปได้เรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน หุ้นที่พื้นฐานแย่ เช่น ขาดทุนสุทธิติดต่อกัน หรือเข้าข่ายจะเจ๊ง แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งขึ้นมาจนกราฟที่ออกมากำลังตั้งทรงเป็นขาขึ้น หุ้นแบบนี้ถ้าซื้อแล้วต้องรีบขายทันที จะถือนานไม่ได้ เพราะพื้นฐานกิจการไม่ได้รองรับราคาหุ้นที่ขึ้นมา และถ้าราคาหุ้นลงมาต้อง Stop Loss ลูกเดียว ไม่งั้นหมดตัวได้

เจ้ามือหุ้นสมัยนี้รู้จักกราฟเทคนิคเป็นอย่างดี และกราฟสวยๆที่คนเล่นเทคนิคชอบอย่างเช่น Breakout ก็สามารถทำของปลอมได้ขอให้มีเงินเยอะก็พอ ถ้าเรานำโมเดลของ Stock Quadrant มาใช้ จะสามารถกำหนดกลยุทธ์การเทรดได้เหมาะสม

Stock Quadrant อาจจะมองว่าคล้ายกับโมเดลของ CANSLIM ที่มีการวิเคราะห์ทั้งพื้นฐานและเทคนิค แต่ให้น้ำหนักกับพื้นฐานมากกว่า ส่วนของผมจะใช้วิธีแบ่งหุ้นออกเป็น 9 กลุ่ม ซึ่งจะมีวิธีการวิเคราะห์ หาจุดซื้อจุดขาย วิธีวางเงิน ที่แตกต่างกัน 

สมัยก่อน ศาสตร์การลงทุนของพื้นฐานกับเทคนิคจะไปด้วยกันไม่ได้เลย พื้นฐานจะบอกว่าหุ้นถูกให้ซื้อ หุ้นแพงต้องขาย แต่เทคนิคจะบอกว่าราคาทำนิวโลว์ซื้อไม่ได้ แต่ถ้าราคาทำ All Time High กลับให้ซื้อ เรียกได้ว่าแนวทางกับคอนเซบท์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลังจากนี้ก็มีแนวคิดของ Hybrid Investor โดยนำสองอย่างนี้มาผสมกัน โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานคัดกรองหุ้น เพราะพื้นฐานจะบอกแค่ว่าหุ้นตัวไหนดีหรือไม่ดีแต่ไม่บอกว่าให้ซื้อตอนไหนและใช้เทคนิคในการหาจังหวะซื้อขาย แต่ต้องไม่ลืมว่าเทคนิคไม่ได้บอกว่าหุ้นตัวไหนดีไม่ดี  หุ้นในตลาดหุ้นไทยอาจจะมีถึง 700 กว่าตัว แต่ถ้ามาดูพื้นฐานแล้ว อาจจะซื้อได้แค่ 100 ตัวเท่านั้น เทคนิคจะนำมาใช้หาจังหวะซื้อขาย 

โมเดล Stock Quadrant จะแบ่งพื้นฐานของหุ้นออกเป็นสามแบบคือ หุ้นพื้นฐานดี ปานกลางและแย่ ส่วนตัวผมสามารถซื้อได้หมดเพราะเวลาที่ผมเป็นเดย์เทรดจะต้องทำเงินได้ทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ผมจะจัดแบ่งหุ้นเป็น 9 ประเภท โดย Strategy ในการเข้าหุ้นแต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Position Sizing, Money Management, จุด Take Profit, จุด Stop Loss ของแต่ละ Quadrant ไม่เหมือนกัน Trade Setup ก็ไม่เหมือนกัน

คนทั่วไปมักมองว่าแนวคิดของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานกับปัจจัยทางเทคนิคมันไปด้วยกันไม่ได้เลย พื้นฐานบอกว่าหุ้นถูกต้องซื้อ หุ้นแพงต้องขาย เทคนิคบอกว่าราคาหุ้น New Low ซื้อไม่ได้ แต่พอราคาทำ New High ต้องซื้อ

หลังจากนั้นจะมีเรื่องแนวคิดของ Hybrid Investor คือการผสมผสานระหว่างเทคนิคและพื้นฐานครับ ก็คือเราจะใช้พื้นฐานในการคัดกรองหุ้นที่จะซื้อ ใช้กรองหุ้นที่ซื้อได้ แต่ Fundamental ไม่ได้บอกว่าให้ซื้อเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าถ้างบดี เติบโตต่อ ให้ซื้อ แต่พื้นฐานไม่ได้บอกว่าซื้อตอนไหนถึงจะเหมาะสม

ส่วน Technical ไม่ได้บอกว่าหุ้นตัวนั้นดีหรือแย่ แต่จะบอกได้ว่าเราควรซื้อเมื่อเกิดสัญญาณซื้อ เช่น Break High, Break Trend Line, Break Consolidate, Buy on Dip, ใช้ Channel Trade หรือ Stop Hunt เทคนิคยังบอกจุดขาย ไม่ว่าจะใช้ Fibonacci  หรือขายที่แนวต้านสำคัญ แต่เทคนิคไม่เคยบอกว่าหุ้นดีหรือเปล่า

ดังนั้นแนวคิดของ Hybrid Investor จึงใช้เรื่องของ Fundamental ในการคัดกรองหุ้น สมมติว่าหุ้นตลาดหลักทรัพย์ไทยมี 700 ตัว หุ้นที่ซื้อได้และผ่านเกณฑ์ Fundamental อาจจะมีแค่ 100 ตัวเท่านั้นในตลาด นอกนั้นซื้อไม่ได้ ส่วน เทคนิคอลเอามาจับพื้นฐานของหุ้น 100 ตัวนั้น แล้วถึงบอกว่าจุดไหนคือจุดซื้อ และจุดไหนคือจุดขาย นี่คือ Hybrid Investor 

แต่สำหรับโมเดล Stock Quadrant ไม่ว่าจะ หุ้นดีมาก หุ้นดี หุ้นปานกลาง หุ้นพื้นฐาน หุ้นไม่ดี หุ้นเลว ผมซื้อได้หมด เพราะผมเป็นเดย์เทรด ผมต้องสามารถทำเงินได้ทุกสภาวะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

สรุปคือ Stock Quadrant คือโมเดลที่ใช้เรื่องของพื้นฐานกับเทคนิคมาผสมผสานกัน เป็นการประเมินมิติของหุ้นเพื่อกำหนด Position Sizing, การวางแผน Money Management, การหาจุดซื้อ, การหาจุดขาย, Trade Setup ที่ใช้ รวมไปถึงการหาจุดทำกำไรและ Stop Loss ในหุ้นตัวนั้น 

Stock Quadrant คือหัวใจที่อยู่ในการเทรดของโค้ชซันกระทรวง จารุศิระ ทั้งการเล่นแบบ Daytrade ไปจนถึงการ Run Trend

Category
StockQuadrant
Date
Post 14 day ago 22:20
Tag
#stockquadrant #technical #fundamental
Related Article

StockQuadrant

ถูกพัฒนาโดยคุณซัน กระทรวง จารุศิระ แห่ง Super Trader ผู้คิดค้นแนวคิดนี้ขึ้นมาจากประสบการณ์การลงทุนจริงในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการลงทุนได้จริงช่วยให้นักลงทุนเทรดหุ้นได้อย่างมั่นใจ